Mode:  
 
 
 Structure

โครงสร้างการบริหารงาน

ภาควิชาฯ มีโครงสร้างองค์กร และการบริหารงาน (Organization chart, Administrative chart, Activity chart) ตามแผนภูมิ ดังนี้

  1. โครงสร้างองค์กร (Organization Chart) แบ่งออกเป็น 2 หน่วย ได้แก่ (1) สำนักงานภาควิชา ประกอบด้วยหน่วยย่อย ได้แก่ งานสารบรรณ งานเบิก-จ่ายวัสดุ งานเอกสาร งบประมาณ งานประกันคุณภาพ งานอาคารสถานที่ และงานห้องสมุด และ (2) ห้องปฏิบัติการวิจัย ประกอบด้วยหน่วยย่อย ได้แก่ ห้องปฏิบัติการวิจัยสำหรับคณาจารย์และนิสิตบัณฑิตศึกษาจำนวน 5 ห้อง ได้แก่ ห้อง Cellular and Molecular Physiology Research, ห้อง Neurophysiology Research, ห้อง Natural Product Research, ห้อง Physiology Research, และห้อง Cell and Tissue Culture
  2. โครงสร้างการบริหารงาน (Administration Chart) ภาควิชาบริหารงานโดยหัวหน้าภาควิชา และขึ้นตรงต่อคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยแบ่งกลุ่มผู้ใต้บังคับบัญชาออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ คณาจารย์ (ผู้สอน ประธานรายวิชาของหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ผู้ประสานงานรายวิชา กรรมการประจำรายวิชาต่าง ๆ) นักวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ธุรการซึ่งทำงานประสานกับเลขานุการภาควิชาฯ และพนักงานเลี้ยงสัตว์ทดลอง ทั้งนี้มีรองหัวหน้าภาควิชาช่วยงานบริหารของหัวหน้าภาควิชาฯ
  3. โครงสร้างการปฏิบัติงาน (Activity Chart) แบ่งออกเป็น 5 หน่วย ได้แก่ การเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และการประกันคุณภาพ

 

  
 Quick Links
  
 Press Release
  
งานวิจัยสู่ชุมชน

ผลของกำลังวัวเถลิงต่อหลอดเลือด

กำลังวัวเถลิง (Anaxagorea luzomensis) เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ใช้ในการแพทย์แผนไทยเพื่อเป็นยาบำรุงโลหิต และบำรุงกำลัง จากการศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่า กำลังวัวเถลิงมีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว1 จากการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีพบว่า สารสกัดหยาบจากแก่นไม้ต้นกำลังวัวเถลิงมีสาร phenylflavonoid ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายเอสโทเจน2 นอกจากนี้ยังพบว่าแก่นไม้ต้นกำลังวัวเถลิงมี xanthone และ flavonoid ที่มีฤทธิ์เป็น antioxidant3 อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานผลของกำลังวัวเถลิงต่อการทำงานของหลอดเลือด จากการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดหยาบจากแก่นไม้ต้นกำลังวัวเถลิงต่อความตึงตัวของหลอดเลือดแดงโดยคณะผู้วิจัยพบว่ากำลังวัวเถลิงมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดเอออร์ตาของหนูแรทคลายตัว ซึ่งการตอบสนองของหลอดเลือดเออร์ตาต่อกำลังวัวเถลิง เกิดจากการออกฤทธิ์ผ่านไนตริกออกไซด์ (nitric oxide) ที่สร้างจากเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด นอกจากนี้การตอบสนองของหลอดเลือดจากกำลังวัวเถลิงยังเกิดจากการเพิ่มการผ่านของโพแทสเซียมไอออนออกนอกเซลล์ รวมทั้งการยับยั้งการผ่านของแคลเซียมไอออนจากภายนอกเข้าสู่เซลล์ ผลที่ได้จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่ากำลังวัวเถลิงฤทธิ์เป็นสารที่ทำให้หลอดเลือดคลายตัว ซึ่งมีผลดีต่อการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด และผู้ที่สนใจสมุนไพรกำลังวัวเถลิงสามารถศึกษาเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาเป็นยาลดความดันเลือด4
1. Mokkhasmit, M., 1971. Pharmacological evalution of Thai medical plants continued. J. Med. Ass. Thailand, 54: 490-504.
2. Kitaoka, M., H. Kadokawa, M. Sugano, K. Ichikawa, M. Taki, S. Takaishi, Y. Iijima, S. Tsutsumi, M. Boriboon and T. Akiyama, 1998. Prenylflavonoids: a new class of non-steroidal phytoestrogen (Part 1). Isolation of 8-isopentenylnaringenin and an initial study on its structure-activity relationship. Planta Med., 64: 511-515.
3. Gonda, R., T. Takeda and T. Akiyama, 2000. Studies on the constituents of Anaxagorea luzonensis A. GRAY. Chem. Pharm. Bull. (Tokyo), 48: 1219-1222.
4. Tep-areenan, P. and P. Sawasdee, 2011. The vasorelaxant effects of Anaxagorea luzonensis A. Grey in the rat aorta. Int. J. Pharmacol, 7: 119-124.
Copyright © Srinakharinwirot University All Rights Reserved.