Mode:  
 
 
 เกี่ยวกับภาควิชา

ภาควิชาสรีรวิทยาก่อตั้งขึ้นในคณะแพทยศาสตร์เมื่อปี พ.ศ. 2528 เริ่มเปิดสอนนิสิตแพทย์ชั้นปีที่สองรุ่นแรก จำนวน 40 คน ในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2529 ในขณะที่มีอาจารย์ประจำ 2 คน และรักษาการหัวหน้าภาควิชาฯ ที่มาช่วยราชการเป็นการชั่วคราว การจัดการเรียนการสอนในปีแรกนั้น ได้เชิญอาจารย์พิเศษจากมหาวิทยาลัยมหิดล และจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า (วพม) มาร่วมบรรยายในหลายหัวข้อ เนื่องจากมีสัญญาความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) อยู่ และต่อมาได้เชิญอาจารย์พิเศษจาก วพม เท่านั้น เนื่องจาก วพม ใช้ระบบการเรียนการสอนเช่นเดียวกันกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เมื่อมีอาจารย์ประจำจำนวนมากขึ้นและมีคุณวุฒิและประสบการณ์สูงขึ้นจึงได้ลดจำนวนอาจารย์พิเศษกลุ่มนี้ลง แต่ยังเชิญอาจารย์พิเศษจากวชิรพยาบาลเพื่อการบรรยายผสมผสานทางคลินิก ในปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมีศูนย์การแพทย์และคณาจารย์ที่จบแพทย์ที่สามารถเข้ามาร่วมในการจัดการเรียนการสอนด้วยกันได้จึงได้งดอาจารย์พิเศษในส่วนนี้ทั้งหมด แต่เพิ่มอาจารย์พิเศษในการเรียนการสอนเพิ่มสร้างเสริมประสบการณ์นอกสถานที่ ได้แก่ เวชศาสตร์ใต้น้ำ หรือการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือกองการบิน การจัดการเรียนการสอนระดับพรีคลินิกของคณะแพทยศาสตร์เป็นแบบบูรณาการ ภาควิชาสรีรวิทยารับผิดชอบการเรียนการสอนในระบบหัวใจและหลอดเลือด (พพ 321) และระบบทางเดินหายใจ (พพ 323)

ไม่เพียงแต่จำนวนอาจารย์จะเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนอาจารย์พิเศษเท่านั้น จำนวนนิสิตแพทย์ที่เพิ่มขึ้นจาก 40 คน เป็น 60 คน จนถึงปีละ 90 คน และ 150 คนในปัจจุบัน ก็จำเป็นที่จะต้องมีอาจารย์เพิ่มขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งยึดหลักสากลของการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะในการเรียนการสอนปฏิบัติการ และกลุ่ม problem-based learning (PBL) หรือ case study ที่ต้องการการดูแลจากอาจารย์อย่างใกล้ชิดทำให้อาจารย์สามารถเข้าถึงนิสิตได้อย่างทั่วถึง โดยแบ่งเฉลี่ยกลุ่มละประมาณ 6-12 คน ต่ออาจารย์คุมปฏิบัติการ 1 คน ทั้งนี้เพื่อเอื้อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียนตามเกณฑ์มาตรฐาน ทางภาควิชายังรับผิดชอบจัดการเรียนการสอนรายวิชาสรีรวิทยาให้กับนิสิตในกลุ่มวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้แก่ ทันตแพทย์ และพยาบาล รวมทั้งหลักสูตรมหาบัณฑิตและปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาอณูชีววิทยา และสาขาชีวภาพการแพทย์

ปรัชญา บัณฑิตย่อมฝึกตน

ปณิธาน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้รับการสถาปนาขึ้นด้วยจุดมุ่งหมายที่จะให้นิสิตแพทย์มีเจตคติที่ดีในการรับใช้สังคม ให้มีความรอบรู้ และเชี่ยวชาญงานสาธารณสุขของประเทศ มีคุณธรรม และความเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

วิสัยทัศน์ เป็นสถาบันผลิตบุคลากรและสร้างองค์ความรู้ทางการแพทย์ที่ทันสมัย มีคุณภาพให้บริการด้านสุขภาพแก่ชุมชน ด้วยเทคโนโลยี วิชาการ และภูมิปัญญาไทยที่ได้มาตรฐานเพื่อเป็นสถาบันชั้นนำของประเทศในปี 2552

วิสัยทัศน์ของภาควิชา เป็นภาควิชาสรีรวิทยาที่มีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ทันสมัย และเป็นสากล

พันธกิจ

  1. ผลิตบัณฑิตแพทย์ และสาขาที่เกี่ยวข้องตลอดจนการศึกษาหลังปริญญา เพื่อให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม สอดคล้องกับความต้อการของชุมชนและสังคม
  2. มีการบริหารจัดการสถาบันอย่างมีเอกภาพ ประสิทธิภาพ เป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถพึ่งตนเอง
  3. ผลิตงานวิจัยพื้นฐาน ประยุกต์ ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและนานาชาติ
  4. มีการประกันคุณภาพ และระบบตรวจสอบคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากล
  5. ทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อผลิตบัณฑิตแพทย์และแพทย์หลังปริญญาที่มีคุณธรรมและจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพ
  2. เพื่อผลิตบัณฑิตวิทยาศาสตร์การแพทย์ทุกระดับปริญญาที่มีคุณธรรมและจริยธรรมในการ ประกอบวิชาชีพ
  3. จัดให้มีหลักสูตรที่ได้มาตรฐานสากล ทันสมัย และเหมาะสมกับสภาพปัญหาของชุมชนและสังคม
  4. เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรของคณะฯ อย่างมีประสิทธิภาพ
  5. ผลิตงานวิจัยพื้นฐานและประยุกต์ที่เป็นที่ยอมรับระดับชาติ และนานาชาติ
  6. เพื่อเผยแพร่งานวิจัยให้เป็นที่ยอมรับระดับชาติ และนานาชาติ
  7. เพื่อประยุกต์ใช้ศาสตร์ทางการแพทย์สำหรับให้บริการวิชาการแก่สาธารณชน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และดูแลสุขภาพตนเองได้

  
 Quick Links
  
 Press Release
  
งานวิจัยสู่ชุมชน

ผลของกำลังวัวเถลิงต่อหลอดเลือด

กำลังวัวเถลิง (Anaxagorea luzomensis) เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ใช้ในการแพทย์แผนไทยเพื่อเป็นยาบำรุงโลหิต และบำรุงกำลัง จากการศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่า กำลังวัวเถลิงมีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว1 จากการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีพบว่า สารสกัดหยาบจากแก่นไม้ต้นกำลังวัวเถลิงมีสาร phenylflavonoid ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายเอสโทเจน2 นอกจากนี้ยังพบว่าแก่นไม้ต้นกำลังวัวเถลิงมี xanthone และ flavonoid ที่มีฤทธิ์เป็น antioxidant3 อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานผลของกำลังวัวเถลิงต่อการทำงานของหลอดเลือด จากการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดหยาบจากแก่นไม้ต้นกำลังวัวเถลิงต่อความตึงตัวของหลอดเลือดแดงโดยคณะผู้วิจัยพบว่ากำลังวัวเถลิงมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดเอออร์ตาของหนูแรทคลายตัว ซึ่งการตอบสนองของหลอดเลือดเออร์ตาต่อกำลังวัวเถลิง เกิดจากการออกฤทธิ์ผ่านไนตริกออกไซด์ (nitric oxide) ที่สร้างจากเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด นอกจากนี้การตอบสนองของหลอดเลือดจากกำลังวัวเถลิงยังเกิดจากการเพิ่มการผ่านของโพแทสเซียมไอออนออกนอกเซลล์ รวมทั้งการยับยั้งการผ่านของแคลเซียมไอออนจากภายนอกเข้าสู่เซลล์ ผลที่ได้จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่ากำลังวัวเถลิงฤทธิ์เป็นสารที่ทำให้หลอดเลือดคลายตัว ซึ่งมีผลดีต่อการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด และผู้ที่สนใจสมุนไพรกำลังวัวเถลิงสามารถศึกษาเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาเป็นยาลดความดันเลือด4
1. Mokkhasmit, M., 1971. Pharmacological evalution of Thai medical plants continued. J. Med. Ass. Thailand, 54: 490-504.
2. Kitaoka, M., H. Kadokawa, M. Sugano, K. Ichikawa, M. Taki, S. Takaishi, Y. Iijima, S. Tsutsumi, M. Boriboon and T. Akiyama, 1998. Prenylflavonoids: a new class of non-steroidal phytoestrogen (Part 1). Isolation of 8-isopentenylnaringenin and an initial study on its structure-activity relationship. Planta Med., 64: 511-515.
3. Gonda, R., T. Takeda and T. Akiyama, 2000. Studies on the constituents of Anaxagorea luzonensis A. GRAY. Chem. Pharm. Bull. (Tokyo), 48: 1219-1222.
4. Tep-areenan, P. and P. Sawasdee, 2011. The vasorelaxant effects of Anaxagorea luzonensis A. Grey in the rat aorta. Int. J. Pharmacol, 7: 119-124.
Copyright © Srinakharinwirot University All Rights Reserved.