Mode:  
 
 
 Blog
Jan 28

Written by: physiol
1/28/2013 9:04 PM 

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2556 คณบดีคณะแพทยศาสตร์ พบคณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ภาควิชาสรีรวิทยา เพื่อหารือถึงปัญหาที่พบ และร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไข และพัฒนาภาควิชาฯ ต่อไป

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2556 คณบดีคณะแพทยศาสตร์ พบคณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ภาควิชาสรีรวิทยา เพื่อหารือถึงปัญหาที่พบ และร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไข และพัฒนาภาควิชาฯ ต่อไป

Tags:
  
Hover here, then click toolbar to edit content
 Quick Links
  
 Blog Archive
  
งานวิจัยสู่ชุมชน

ผลของกำลังวัวเถลิงต่อหลอดเลือด

กำลังวัวเถลิง (Anaxagorea luzomensis) เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ใช้ในการแพทย์แผนไทยเพื่อเป็นยาบำรุงโลหิต และบำรุงกำลัง จากการศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่า กำลังวัวเถลิงมีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว1 จากการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีพบว่า สารสกัดหยาบจากแก่นไม้ต้นกำลังวัวเถลิงมีสาร phenylflavonoid ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายเอสโทเจน2 นอกจากนี้ยังพบว่าแก่นไม้ต้นกำลังวัวเถลิงมี xanthone และ flavonoid ที่มีฤทธิ์เป็น antioxidant3 อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานผลของกำลังวัวเถลิงต่อการทำงานของหลอดเลือด จากการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดหยาบจากแก่นไม้ต้นกำลังวัวเถลิงต่อความตึงตัวของหลอดเลือดแดงโดยคณะผู้วิจัยพบว่ากำลังวัวเถลิงมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดเอออร์ตาของหนูแรทคลายตัว ซึ่งการตอบสนองของหลอดเลือดเออร์ตาต่อกำลังวัวเถลิง เกิดจากการออกฤทธิ์ผ่านไนตริกออกไซด์ (nitric oxide) ที่สร้างจากเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด นอกจากนี้การตอบสนองของหลอดเลือดจากกำลังวัวเถลิงยังเกิดจากการเพิ่มการผ่านของโพแทสเซียมไอออนออกนอกเซลล์ รวมทั้งการยับยั้งการผ่านของแคลเซียมไอออนจากภายนอกเข้าสู่เซลล์ ผลที่ได้จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่ากำลังวัวเถลิงฤทธิ์เป็นสารที่ทำให้หลอดเลือดคลายตัว ซึ่งมีผลดีต่อการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด และผู้ที่สนใจสมุนไพรกำลังวัวเถลิงสามารถศึกษาเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาเป็นยาลดความดันเลือด4
1. Mokkhasmit, M., 1971. Pharmacological evalution of Thai medical plants continued. J. Med. Ass. Thailand, 54: 490-504.
2. Kitaoka, M., H. Kadokawa, M. Sugano, K. Ichikawa, M. Taki, S. Takaishi, Y. Iijima, S. Tsutsumi, M. Boriboon and T. Akiyama, 1998. Prenylflavonoids: a new class of non-steroidal phytoestrogen (Part 1). Isolation of 8-isopentenylnaringenin and an initial study on its structure-activity relationship. Planta Med., 64: 511-515.
3. Gonda, R., T. Takeda and T. Akiyama, 2000. Studies on the constituents of Anaxagorea luzonensis A. GRAY. Chem. Pharm. Bull. (Tokyo), 48: 1219-1222.
4. Tep-areenan, P. and P. Sawasdee, 2011. The vasorelaxant effects of Anaxagorea luzonensis A. Grey in the rat aorta. Int. J. Pharmacol, 7: 119-124.
Copyright © Srinakharinwirot University All Rights Reserved.